|
|
|
ประวัติหาดใหญ่
บ้านโคกเสม็ดชุน
เมื่อปี 2428 ปรากฏหลักฐานว่ามีชาวบ้านตั้งบ้านเรือน อยู่ที่ที่ทำการไปรษณีย์
โทรเลข เชิงสะพานลอยเป็นบ้านของนายปลอด ปลูกอยู่ในอาณาเขตของ บ้านโคกเสม็ดชุน
และยังมีบ้านอีกหลายหลังตั้งอยู่ห่าง ๆ กันไปจนถึงบริเวณที่ทำการสถานีตำรวจรถไฟ
บริเวณบ้านโคกเสม็ดชุนมีต้นไม้ขึ้นอยู่หลายชนิด เช่น ต้นมะม่วง
ต้นมะไฟ ต้นตาล ฯลฯ
ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ อย่างหนึ่งของชาวบ้าน ที่มักจะปลูกผลไม้พื้นบ้านควบคู่ไปกับการตั้งบ้านเรือนเสมอ
สภาพพื้นที่โดยรอบ บ้านโคกเสม็ดชุนในสมัยนั้น เป็นหนองเป็นบึง
มีป่ารกร้างโดยรอบบ้านเรือนของผู้คน แต่ก็ยังมีชาวบ้านจากบ้านอื่นๆ
เช่น บ้านกลาง ได้ขยับขยายย้ายถิ่นฐานไปบุกเบิกป่ารกร้าง แห่งหนึ่ง
(ปัจจุบัน คือ บริเวณที่ตั้งของวัดโคกสมานกุล)ซึ่งในสมัยนั้นเรียกว่า
บ้านปลักขี้ใส่โพลง
|
ผู้บุกเบิกป่าในช่วงนั้นมีอยู่สองครอบครัว
คือ นายบัวแก้ว นางหนุนจีน จันทเดช และนายเพ็ชรแก้ว นางเขียว ไชยะวงศ์
ในสมัยรัชการที่ 5 กระทรวงคมนาคม ได้ประกาศเวณคืนที่ดินส่วนหนึ่ง
(ที่ตั้งของบ้านพักรถไฟในปัจจุบัน) เพื่อตัดทางรถไฟ ผ่านไปปาดังเบซาร์
แหลมมาลายู และสิงคโปร์ ชาวบ้านครอบครัวหนึ่งคือ นายง่วง นางซีด้วง
สะระ ได้รื้อ ย้ายหามเรือนไห ตั้งอยู่บริเวณที่ตั้งของโรงแรมวังน้อย
(ใกล้สี่แยกถนนดวงจันทร์ - ถนนแสงจันทร์) ชาวบ้านในสมัยนั้นเรียกบริเวณแถบนี้ว่า
บ้านโคกบก เป็นบ้านรกร้างมานานหลายสิบปี ผู้บุกเบิกป่าบ้านโคกบกมาก่อนคือ
นายเพ็ชร แก้วไชยวงศ์ และนายสัก บุญมี
ในช่วงเวลาอันไล่เลี่ยกันนี้ชาวบ้าน
จากบ้านต่างๆ พากันบุกเบิกป่าอีก หลายแห่ง เช่นแถบบริเวณวัดมงคลเทพาราม
หรือวัดปากน้ำ ถนนแสงศรี หรือในสมัยก่อนเรียกว่า ปลักโต้พุดทอง
และ ปลักจันเหร็ง มีสภาพเป็นหนองเป็นป่าลึกมาก บรรพบุรุษรุ่นก่อนได้ช่วยกันบุกเบิกแหล่งรกร้างพัฒนา
แหล่งทำกินไว้ให้ กับชนรุ่นหลังได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล คลองเตย
เป็นคลองสายเก่าแก่ที่สุดของนครหาดใหญ่ เมื่อกว่า 80 ปีก่อน คลองเตยยังเป็นคลองน้ำลึกและกว้างมาก
มีพันธุ์ไม้นานาชนิด ทั้งไม้ล้มลุกและไม้ยืนต้น มีสัตว์น้ำต่างๆ
เช่น ปลา เต่า ตะพาบน้ำ หอยโข่ง และอื่นๆ อาศัยอยู่มากมาย ส่วนริมฝั่งคลองเตยทั้ง
2 ฝั่ง มีต้นไม้ใหญ่เรียงราย โดยเฉพาะต้นไผ่ป่าขึ้น เรียงเป็นแถวเป็นแนวเหมือนกำแพงทั้ง
2 ฝั่งคลอง คลองสายนี้มีต้นน้ำมาจากทางด้านตะวันออก ไหลเข้าสู่ทางด้านใต้ของสถานีรถไฟหาดใหญ่
ผ่านบริเวณทุ่งเสาไหลเรียบ ถนนสายต่างๆ ในตัวเมืองหาด ใหญ่ เป็นคลองที่มีความยาวและคดเคี้ยวไปมา
ในปัจจุบันตื้นเขินและไม่สามารถสัญจรได้ คลองอู่ตะเภา อยู่ทางทิศตะวันตก
ยาวประมาณ 15 กิโลเมตร มีปริมาณน้ำมากตลอดทั้งปี ใช้เป็นเส้นทางสัญจรได้
ในสมัยก่อน บริเวณแถบริมคลองอู่ตะเภามี ลักษณะเป็นหาดทรายใหญ่
แต่ปัจจุบันไม่มีหาดทรายหลงเหลืออยู่เลย เพราะได้นำทราย ไปใช้ประโยชน์จนหมดสิ้นแล้ว
หาดทรายนี้เกิดจาก การพัดพาธารน้ำเล็กๆ สามสายไหลมาบรรจบกัน ธารน้ำทั้งสามสายนี้
ยังเป็นแหล่งที่ชาวบ้านพากันมาล้างแร่ด้วยเวลาผ่านไปทรายที่ถูกน้ำพัดพามาก็รวมกันเป็นหาดทรายกว้าง
เรียกว่า หาดทราย และใช้เป็นแหล่งตลาดนัดสำหรับขายของในสมัยก่อน
|
| |
|
|
การพัฒนาความเจริญของนครหาดใหญ่
หาดใหญ่
เป็นชื่อรวมของหมู่บ้านโคกเสม็ดชุน และบ้านหาดใหญ่ เดิมดินแดนหาดใหญ่เป็นเนินสูงมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มากนัก
การคมนาคมไม่สะดวก เป็นป่าต้นเสม็ดชุน โดยทั่วไปชาวบ้านจึงเรียกว่า
บ้านโคกเสม็ดชุน เมื่อทางการ ได้ตัดทางรถไฟ มาถึงท้องถิ่นนี้ จึงมีประชาชนอพยพมาตั้งหลักแหล่งทำมาหากิน
และเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ
สมัยนั้นสถานีชุมทางรถไฟอยู่ที่สถานีอู่ตะเภา
(ด้านเหนือของสถานีรถไฟหาดใหญ่ ในปัจจุบันเป็นเพียงที่หยุดรถไฟ)
เนื่องจากสถานีอู่ตะเภาเป็นที่ลุ่ม น้ำท่วมเป็นประจำ ทางการรถไฟจึงได้ย้ายสถานีมาอยู่ที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ปัจจุบัน
ประชาชนได้ทะยอยติดตามมาสร้างบ้านเรือนตามบริเวณสถานีนั่นเอง ฉะนั้น
อาจกล่าวได้ว่ากิจการรถไฟมีบทบาทต่อ การขยับขยายและความเจริญก้าวหน้าของนครหาดใหญ่ตลอดมา
ต่อมาได้มีผู้เห็นการไกล กล่าวว่า บริเวณสถานีรถไฟ หาดใหญ่นี้
ต่อไปภายหน้าจะต้องเจริญก้าวหน้าอย่างแน่นอน จึงได้มีการจับจอง
และซื้อที่ดินแปลงใหญ่ จากราษฎรพื้นบ้าน บุคคลที่ครอบครองแผ่นดินผืนใหญ่
ๆ อาทิ นายเจียกีซี (ต่อมาได้รับพระราชทานนาม เป็นขุนนิพัทธ์จีนนคร)
คุณพระเสน่หามนตรี นายซีกิมหยง และพระยาอรรถกระวีสุนทร ทั้ง4 ท่านนี้นับว่าเป็นบุคคลที่มีส่วนในการสร้างสรรค์
์ความเจริญก้าวหน้าให้แก่นครหาดใหญ่อย่างแท้จริง ได้ตัดถนน สร้างอาคารบ้านเรือนให้
ราษฎรเช่า ตัดที่ดินแบ่งขาย เงินที่ได้ก็นำไปตัดถนนสายใหม่ต่อไป
ทำให้ท้องถิ่นรุดหน้าอย่างอัศจรรย์ ชุมชนหาดใหญ่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
จนทางราชการต้องยกฐานะให้ บ้านหาดใหญ่ เป็นอำเภอที่มีชื่อว่า อำเภอเหนือ
ต่อมาในปี
พ.ศ. 2460 ได้เปลี่ยนชื่อจาก อำเภอเหนือ เป็น อำเภอหาดใหญ่ และได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอชั้นเอก
ในที่สุดปี พ.ศ. 2471 หาดใหญ่มีฐานะเป็น สุขาภิบาล ซึ่งประกาศใช้พระราชบัญญัติสุขาภิบาลเมื่อวันที่
29 กรกฎาคม 2471 ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 29 กรกฎาคม2471
ต่อมาสุขาภิบาลแห่งนี้ เจริญขึ้น มีพลเมืองหนาแน่นขึ้น และมีกิจการเจริญก้าวหน้ากระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศ
พระราชกฤษฎีกากา ยกฐานะเป็นสุขาภิบาลหาดใหญ่เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม
2478 ซึ่งในขณะนั้นมีเนื้อที่ 5 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ
5,000 คน รวมถึงมีรายได้ประมาณ 60,000 บาท เนื่องจากประชาชนในเขตเทศบาลอยู่หนาแน่น
พร้อมทั้งกิจการได้เจริญขึ้น จึงได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะเทศบาลจึงได้มี
พระราชกฤษฎีกายกฐานะ เทศบาลตำบลหาดใหญ่ เป็น เทศบาลเมืองหาดใหญ่
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2492 ตามประกาศใน พระราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่
15 มีนาคม 2492 ในขณะนั้นมีเนื้อที่ 5 ตารางกิโลเมตร มีประชากร
ประมาณ 19,425 คน มีรายได้ 374,523.33 บาท
|
คำขวัญเทศบาลนครหาดใหญ่
ฟ้าสวย น้ำใส หาดใหญ่สะอาด ราษฎร์ปลอดภัย |
|
|
| |
|
|
|
|